เรื่องบ่นของผมวันนี้ เกี่ยวกับ การสัญจรเดินทางด้วยเส้นทางสาธารณะนี้แหละครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า...เส้นทางการเดินทางไปทำงานของผมจะต้องลงรถตู้ที่อนุสาวรีย์แล้วไปขึ้น BTS ต่อ โดยส่วนใหญ่จะไปได้ 2 ทางคือ (1) เดินไปทางขวา ผ่านป้ายรถเมล์ ขึ้นสะพานลอย 2 ครั้ง กับ (2) ขึ้นสะพานลอยด้านซ้ายที่สามารถเดินไปยัง BTS ได้โดยสะดวก (ที่อ้อมอนุสาวรีย์ไปทางซ้ายผ่าน Fasion Mall และอดีตCenter One) วัดความยาวของเส้นทางตั้งแต่ขึ้นสะพานลอยจนถึงหน้าสถานี BTS แล้วน่าจะ 200 เมตรได้มั้ง
 

สะพานลอยนี้ ไม่ได้กว้างมากนัก แค่ประมาณ 2 เมตรครึ่ง อย่างมากก็ 3 เมตร ในตอนเช้าๆ ช่วงผู้คนกำลังรีบเร่งไปทำงาน (ประมาณ 6:30 เป็นต้นไป) และตอนเลิกงาน (ประมาณ 17:00 เป็นต้นไป) ซึ่งกฎหมายได้ประกาศว่าห้ามวางขายของบริเวณเส้นทางการเดินทางนี้


---• ความเดือดร้อนจากคนสองฝ่าย •---
 

ปัญหาอย่างแรก คือ ความลำบากในการสัญจร อันเนื่องจากกลุ่มคนดังนี้ครับ
1. Peddler (คนเร่ขายของ) - ผมมักจะพบเห็นพ่อค้าแม่ค้านำของมาวางขายข้างๆ ทางเดิน ทำให้เสียพื้นที่ในการเดินทางไปเกือบครึ่งนึง หากคนที่เร่งรีบเดินทางมาพบกับการวางของขายกีดขวางการสัญจร จะทำให้ไม่สะดวกและเสียเวลานะครับ และจะยิ่งแย่เข้าไปอีกถ้าดันมีคนสนใจเลือกดูสินค้าหรือซื้อสินค้าโดยยืนขวางเส้นทางเดิน ทำให้พื้นที่ที่เหลือยิ่งแคบเข้า (โปรดดูรูปภาพประกอบนะครับ)
 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. Poor (ขอทาน) - จะมีทั้งแม่อุ้มลูก, คนพิการ, หรือแม้ผู้ทุพลภาพ เช่น เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย (แขวนป้ายบอกเอาไว้อย่างนั้นเลย) ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่า เขาเป็นแม่เป็นลูกกันจริงหรือเปล่า? เป็นมะเร็งจริงหรือเปล่า? (ส่วนพิการน่ะ เห็นแล้วชัวร์ว่าใช่) อย่างที่ผมเคยบ่นไปแล้วว่ามันมีขบวนการนำคนต่างด้าวมาขอทานในเมืองไทย หรือลักพาตัวเด็กร่างกายปกติๆ จับมาทำให้พิการ แล้วอุ้มขึ้นรถตระเวนทั่วกรุงเทพฯ เอามาวางแหมะในจุดที่คนพลุกพล่านเพื่อบังคับให้ขอทานโดยเฉพาะ
ในมุมมองของผม การที่มีคนสองกลุ่มนี้นอกจากจะทำให้เกิดความลำบากในการเดินทางแล้ว ยังรู้สึกขัดหูขัดตาว่าไม่เหมาะไม่ควรที่จะมาทำมาหากินในบริเวณที่ไม่ใช่ที่ๆ จัดไว้ให้ คุณๆ ที่เดินทางด้วยเส้นทางนี้เคยประสบเหมือนผมและคิดเหมือนผมบ้างไหมครับ 
ดังนั้น...จึงมี "เทศกิจ" 2-3 นาย คอยเดินตรวจตราเป็นระยะ อยู่บริเวณมุมทางขึ้นของสะพาน คนขายของเร่เหล่านี้รู้ดีว่าถ้าเจอเทศกิจจับก็จะโดนปรับหรือโดนจับหรือโดนยึดของกลาง หรือโดนทุกอย่างที่พูดมานั่นแหละ (ไม่ทราบบทลงโทษที่แน่ชัด) แต่ก็นั่นแหละครับ "แมวไม่อยู่หนูร่าเริง" เช้าๆ วันเสาร์อาทิตย์ก่อน 8 โมงเช้า ผมเดินทางผ่านเส้นนี้ก็จะพบคนเร่ขายของเหมือนเดิม คงเพราะเทศกิจมีวันหยุดราชการเหมือนกันล่ะมั้ง จึงเปิดช่องทางให้พวกเขา


---• เกาถูกที่คัน(รึยัง) •---
หากคุณคิดว่า..."ก็สมควรโดนเทศกิจจับแล้วล่ะ ดีเหมือนกัน พวกนี้หมดไปจะได้เดินทางสะดวกเหมือนเดิมซะที" หากคุณคิดเช่นนั้นขอให้หยุดคิดสักนิด แล้วจงอ่านต่อไป
เมื่อคนเร่ขายของถูกเทศกิจจับ (ผมยังไม่เคยเห็นด้วยตนเองนะครับ) เขาก็คงจะอ้อนวอนว่า "เขามีความจำเป็นมาขายเพื่อความอยู่รอด ไม่มีที่ทางที่จะทำมาหากิน" ผมคิดเอาเองนะว่าบางคนอาจจะเดือดร้อนเนื่องจากเขาเคยมีที่ทางขายที่ถูกต้องเป็นหลักแหล่ง แต่เนื่องจาก "ที่" เหล่านั้นหายไปแล้ว คุณพอเดาออกไหมครับว่า หากพวกเขาพูดความจริง... "ที่" ที่คนเร่ขายของพูดถึงคือที่ไหน ใกล้ๆ กับจุดที่เขาขายของนั่นแหละ..
 

 

ผมก็เดาว่า "เซ็นเตอร์วัน" นั่นไง !! สถานที่ ที่เคยเป็นย่านการค้า มีร้านค้ามากมาย มีคนแวะเวียนจับจ่ายใช้สอย มีเงินสะพัดมากมาย ... ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นเถ้าถ่าน (ด้วยน้ำมือของคนเลวๆ บางคนที่คุณก็รู้ว่าใครและฝ่ายไหน) ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปเรียบร้อยแล้ว
 

 

ถ้าคุณไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับคนเร่ขายของ คุณคงไม่รู้หรอกครับว่าการดิ้นรนหาเลี้ยงชีพเพื่อปากท้องนั้น ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร ทำที่ไหน อย่างน้อยๆ ถ้ามีที่ทางที่มีคนเดินผ่านไปมาและใกล้ๆ กับสถานที่ๆ เขาเคยตั้งร้านขายของก็ยังดี นั่นจึงเป็นที่มาของการพบเห็นคนเร่ขายของตามทางเดินบนสะพานลอย BTS ที่อนุสาวรีย์ .... ขอย้ำว่ามันเป็นการเดาของผมล้วนๆ นะครับ ผมไม่ได้ไปสอบถามพี่ๆ เขาว่ามาจากไหน



---• มีน้ำใจให้กัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา •---
 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมว่าคุณๆ ที่สัญจรเดินทางไปมา หาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกัน ก็น่าจะมีความเห็นอกเห็นใจพวกเขาบ้างนะครับ ไม่ควรรังเกียจพวกเขา เพราะถ้าเลือกได้พวกเขาก็คงไม่อยากต้องมาลำบากแบบนี้ เสี่ยงต่อการถูกจับ เสียค่าปรับ และเสียสินค้าไป ร้อนฝนหนาวก็ต้องทน ในขณะที่บางท่านเดินทางไปทำงานอยู่ในออฟฟิศแอร์เย็นฉ่ำ
แต่ถ้าหากพวกคุณคิดว่า ยังไงก็ไม่อยากให้พวกเขาทำความเดือดร้อนแก่ผู้ที่สัญจรไปมา แต่ก็เข้าใจไม่อยากไล่หรือดุด่า วิธีที่ง่ายที่คุณจะทำได้ก็คือ...
"การไม่สนับสนุนซื้อสินค้า" เพราะเมื่อไม่มีคนซื้อ ของก็ขายไม่ออก เขาก็จะย้ายทำเลไปที่อื่น ... ง่ายๆ แค่นี้เอง
 

 

ประโยคข้างต้นนี้ สามารถครอบคลุมได้ถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายนะครับยาเสพติดเอย สิ่งของละเมิดลิขสิทธิ์เอย โสเภณีเอย เหล้าเอย บุหรี่เอย - ไม่มีคนซื้อก็ไม่มีคนขายและไม่มีการผลิต - ไม่เที่ยวก็ไม่มีสาวๆ มาหารายได้วิธีนี้และไม่มีการแพร่ของโรคเอดส์


---• ฝากให้คิด •---
โจทย์: จากประโยคนี้ "ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนขาย ไม่เกิดปัญหา" คุณสามารถนำมาขยายความของคำเหล่านี้ได้หรือไม่

1) เหล้า, เบียร์, สุรา

2) บุหรี่

3) โสเภณี

4) สิทธิเลือกตั้ง