ความดีที่สะสมได้
posted on 20 Jun 2010 10:39 by chayangkoon*** ชี้แจง ***
- เอนทรีนี้เป็นจินตนาการอันฝันเฟื่องของผม นายชยางกูร ประเสริฐวรรณกิจ
- ขอสงวนลิขสิทธิ์ผลงานจินตนาการนี้แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามนำไปดัดแปลง, คัดลอก ก่อนได้รับอนุญาต
- หลังจากเขียนเอนทรีจบ ถึงพึ่งรู้ว่ามีไอเดียนี้เกิดขึ้นมาบ้างแล้ว บังเิอิญไปเหมือนกันในบางส่วน
เช่น "ฝากถอนความดีผ่านตู้ atm" (http://www.ecitizen.go.th/topic.php?id=1913) หรือ
เช่น "สหกรณ์สะสมความดี" (http://dental.psu.ac.th/dhamma/index.php?option=com_content&view=article&id=97:2010-06-09-02-30-53&catid=45:2010-01-05-09-38-24&Itemid=92)
--------------------------------------------------
หนึ่ง และ ป้อม : สวัสดีครับ(ค่ะ) ท่านผู้ชม ขอต้อนรับสู่รายการ "ฝันเฟื่องของนายป้อม" ครับ
หนึ่ง : พี่ป้อมคะ วันนี้มีหัวข้ออะไรที่น่าสนใจของนายป้อมบ้างคะ
ป้อม : ครับ ฝันเฟื่องในวันนี้คือ "ความดีที่สะสมได้" ครับ
หนึ่ง : ค่ะ มันเป็นยังหรือคะ
ป้อม : ก็ตามหัวเรื่องครับ คือ การทำความดีนั้นสามารถสะสมไว้ได้ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายครับ เหมือนเป็นเกียติยศส่วนตัว เหมือนเป็นเครดิตประจำตัว เป็นความเชื่อมั่นส่วนบุคคล
หนึ่ง : เอ.. แล้วความดีนี้จะสะสมได้อย่างไรคะ และจะเอามาใช้ประโยชน์อย่างไรคะ
ป้อม : อย่างเช่น หากคุณทำความดีโดยการตั้งใจเรียน หรืออยู่ในศีลธรรม คุณก็จะได้ความดีสะสมไว้ตามกำหนด และหากมีหน่วยความดีตามที่กำหนด คุณก็จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น
- ต้องการซื้อของอุปโภคบริโภคทั่วไป ต้องมีความดีอย่างน้อย 1,000 (หนึ่งพัน) หน่วย
- ต้องการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล ต้องมีความดีไม่ต่ำกว่า 1,000,000 (หนึ่งล้าน) หน่วย
- หรือจะซื้อบ้านเดี่ยวก็ต้องมีความดีไม่ต่ำกว่า 2,500,000 (สองล้านห้าแสน) หน่วย
- จะสมัครเข้าทำงาน ต้องมีความดีไม่ต่ำกว่า 300,000 (สามแสนหน่วย)
- และหากต้องการสมัครเป็น ส.ส. หรือนักโกงเมือง เอ้ย นักการเมือง ต้องมีความดีไม่ต่ำกว่า 10,000,000 (สิบล้าน) หน่วย เป็นต้น อันนี้เป็นตัวเลขสมมุตินะครับ
หนึ่ง : แล้วคุณป้อมคิดว่าประโยชน์จากการคิดโครงการนี้คืออะไรหรือคะ
ป้อม : ป้องกันการทุจริต หรือการใช้อำนาจบารมี อำนาจเงินตรา ในการได้มาหรือครอบครองสิ่งต่างๆ ครับ เพราะในปัจจุบันนี้มีผู้มีอำนาจบารมีหรือเงินตราบางคนมักครอบครองตำแหน่ง, ทรัพย์สิน หรือสิ่งต่างๆ โดยมิชอบ และทำให้มีคนชั่วๆ ในบ้านเมืองมากขึ้น หากมีโครงการนี้ จะสามารถลดปัญหานี้ได้ไม่มากก็น้อยครับ
หนึ่ง : โอ้โห เป็นความคิดที่น่าสนใจนะคะ ว่าแต่การสะสมความดีนี้ จะต้องทำความดีอะไรบ้างแล้วมีเกณฑ์การสะสมอย่างไรบ้างคะ
ป้อม : ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย สามารถสะสมความดีได้ตลอดชีวิตครับ ซึ่งการทำความดีก็มีมากมายหลายรูปแบบ โดยจะแบ่งหลักๆ ได้เป็น 2 ประเภทคือ ความดีส่วนบุคคล และความดีต่อส่วนรวม ซึ่งความหมายก็ตรงตัวครับ
- ความดีส่วนบุคคล คือ ความดีที่บุคคลนั้นกระทำตนดี ประพฤติดี ต่อตนเอง เช่น การรักษาศีล, การศึกษาเล่าเรียน, การเชื่อฟังพ่อแม่ พูดง่ายๆ ก็คือ พื้นฐานของเด็กที่ดีนั่นเอง
- ความดีต่อส่วนรวม คือ การกระทำที่ส่งผลดีต่อส่วนรวม เช่น การรับราชการทหาร, การบริจาคโลหิต, การทำความสะอาดถนนหน้าบ้านของตนที่เป็นทางสาธารณะ ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยสามารถอ่านได้จากในคู่มือครับ
และแน่นอนว่ามีการให้คะแนนการทำดี ก็ย่อมมีการตัดคะแนนเมื่อทำความเลวด้วยเช่นกัน
หลักการให้คะแนนก็จะแบ่งตามช่วงอายุด้วยครับ เช่น
<คะแนนกรณีทำความดี>
- เด็กเล็ก (0-5 ปี) ทำดี ตัวคูณ 0.25, ทำเลว ตัวคูณ -0.5
- เด็กโต (5-12 ปี) ทำดี ตัวคูณ 0.5, ทำเลว ตัวคูณ -1
- วัยรุ่น (12-19 ปี) ทำดี ตัวคูณ 1, ทำเลว ตัวคูณ -2
- ผู้ใหญ่ (19-65 ปี) ทำดี ตัวคูณ 2, ทำเลว ตัวคูณ -4
- ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ทำดี ตัวคูณ 1.5, ทำเลว ตัวคูณ -3
สังเกตว่าช่วงวัยผู้ใหญ่จะมีตัวคูณสูงสุดคือ 2 ทีเดียว
นั่นเพราะเป็นวัยที่มีบทบาทความสำคัญและมีจำนวนมากที่สุดในประเทศนั่นเอง
และหากทำความเลว ตัวคูณก็จะติดลบและเป็น 2 เท่าด้วย
ยกตัวอย่างเช่น
นายป้อม อายุ 20 ปี ขโมยสินค้าในร้านสะดวกซื้อ
กฎหมายตั้งไว้ว่า การขโมยทรัพย์สิน ต้องโทษตัดคะแนนความดี 100 หน่วย
ดังนั้น นายป้อมจะถูกตัดคะแนนความดี = 100 หน่วย x (-4) = -400 หน่วย นั่นเอง
และหากมีการตั้งกฎหมายรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม เช่น "ทำความผิดซ้ำ" เข้าไปด้วย
บางทีนายป้อมอาจจะถูกตัดความดีสูงมากขึ้น จนเกือบ -1000 หน่วยเลยก็เป็นได้
หนึ่ง : รายละเอียดเยอะมากเลยค่ะ แล้วคิดว่าในอนาคต โครงการนี้จะเป็นรูปเป็นร่างไหมคะ
ป้อม : บางทีโครงการนี้มันอาจมีปัญหาตรงที่มันตายตัวหรือบังคับกันมากไป จนไม่อาจเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ หรือบางทีหากได้รับการสนับสนุน ก็อาจจะใช้เวลาพัฒนาควบคู่กับวิทยาการทางวิทยาศาสตร์นาโนเทคโนโลยี เพื่อให้ "การสะสมความดี" ติดตัวคนมาตั้งแต่เกิด โดยอยู่ใน DNA เลยก็ได้ อาจใช้เวลา 50-100 ปี กระมังครับ
โครงการนี้อาจจะสุดโต่งเกิดไป เพราะไม่มีการผ่อนผัน
มันเป็นได้ทั้งข้อดีต่อพลเมืองดีและข้อด้อยสำหรับผู้ที่ทำชั่วครับ
โครงการนี้ ความเป็นไปได้ในอนาคตมีน้อยมาก แต่คงไม่ถึงกับเป็น 0%
เพราะในอนาคตอาจใช้วิธีการอื่นๆ ตัดสินความดีความเลวแตกต่างจากโครงการนี้
ง่ายที่สุดก็คือ การอบรมเด็กรุ่นใหม่ให้เข้าใจถึงบาปกรรม และการไม่ทำตัวเลวเป็นเยี่ยงอย่าง
ใช้การสอนสั่งในครอบครัว ให้ความอบอุ่นแก่บุตรหลาน
แค่นี้ก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดทำโครงการมากมายแล้ว
หนึ่ง : ขอบคุณคุณป้อมสำหรับฝันเรื่อง "ความดีที่สะสมได้" นี้นะคะ
คอยพบกับรายการ "ฝันเฟื่องกับนายป้อม" ในโอกาสต่อไป สวัสดีค่ะ