• ยังจำเพลง Made in Thailand กันได้ไหม
posted on 20 Jun 2010 09:07 by chayangkoonเมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็ก ผมรู้จักวงดนตรี "คาราบาว" จากเพลงเมดอินไทยแลนด์ (เนื้อเพลงไปหาอ่านเอาเอง) เนื้อเพลงก็เป็นการประชดว่า การขายสินค้าโดยมียี่ห้อว่าทำในเมืองไทย มักไม่เป็นที่นิยม เพราะเชื่อว่าไม่มีคุณภาพ สู้ของต่างประเทศไม่ได้ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา ถ้าหากพิมพ์ว่า Made in Japan (ทำในญี่ปุ่น) คนจะรู้สึกว่าเป็นของดีเพราะมาจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่สินค้าชิ้นนั้นน่ะ ทำในจังหวัดทางภาคเหนือหรืออีสานเรานี่เอง
คนบางคนสงสัยว่า แค่เปลี่ยนชื่อว่าทำจากต่างประเทศแล้วมันจะเสียหายตรงไหน
มันทำให้ผมขายสินค้าได้ ผมก็พอใจแล้ว
ครับ ผมรู้ คุณอยากขายสินค้าได้ แต่คุณคงลืมคิดไปว่า
ต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น...?
เมื่อคนนิยมใช้ของที่ผลิตจากต่างประเทศมากเข้า
จะเกิดกระแสนิยมสินค้าต่างชาติ เลิกใช้สินค้าที่ทำในเมืองไทย
ผู้คนจะสั่งซื้อแต่ของต่างชาติจริงๆ กันล่ะ ซึ่งทำให้เม็ดเงินไหลออกไปต่างประเทศ
เศรษฐกิจของไทยก็จะไม่กระเตื้อง... การพัฒนาประเทศชาติก็จะไม่เกิดขึ้น
ปัญหานี้ได้ถูกแก้ไขด้วยโครงการ OTOP (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์)
มีการกระตุ้นให้เห็นถึงคุณภาพสินค้าในประเทศไทยว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าต่างชาติเลย มีการอธิบายถึงผลเสียจากการใช้สินค้าต่างชาติมากเกินไป จนสินค้าไทยกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง มีการโฆษณาออกรายการโทรทัศน์มากมาย แนะนำร้านอาหารต่างๆ, สินค้า OTOP, สถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ
...
...
...
เวลาผ่านไปไม่นาน กระแสนิยมของนอก กลับมาแล้ว!
คราวนี้ เกาหลี ครับ
พี่วิชัย (จาก doggiestyle) เป็นคนนึงที่ผมอ่านบล็อคของเขาแล้ว
พอเข้าใจว่าคนเกาหลีเป็นอย่างไร อ่า..อันนี้นอกเรื่อง
สินค้าต่างๆ ของวัยรุ่นในขณะนี้เน้นนายแบบ นางแบบที่มาจากเกาหลีหรือญี่ปุ่น
ดูง่ายๆ เลย ช่วงนี้ (มิ.ย 53) คุณลองขึ้นรถไฟฟ้า BTS ดู
บางขบวนจะมีโฆษณาสินค้าทำสีผมของวัยรุ่นชายและวัยรุ่นหญิง
(จำยี่ห้อไม่ได้ เป็นผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น เดี๋ยวไปดูอีกที)
ที่ทำเป็นการ์ตูน อ่านจากขวาไปซ้าย.... นั่นก็ Made in Japan
สื่อบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น เพลง, ละคร หรือแม้แต่เกมออนไลน์ ตอนนี้ก็เกาหลีกันทั่วบ้านทั่วเมือง จริงอยู่ที่การชอบสื่อบันเทิง มันไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนมากมายเท่าการซื้อสินค้า แต่มันก็ส่งผลคล้ายๆ กันในทางอ้อมครับ
ก็เหมือนๆ กับการชื่นชมเพลงสากล มากกว่าเพลงไทยพื้นบ้านนั่นแหละ
อีกหน่อย เพลงไทยพื้นบ้านก็คงจะไม่มีผู้สืบทอดศิลปะงานเพลง
แล้วอาจจะสาบสูญไปจากเมืองไทย
อนาคตลูกหลานไทยอาจต้องไปญี่ปุ่นหรืออเมริกา
เพื่อขอซื้อแผ่นเพลงไทยจากพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศที่เขาเก็บรักษาไว้
ผมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ เพราะผมเองก็ชอบฟังเพลงเกาหลี เล่นเกมออนไลน์เกาหลี มาคิดๆ ดู "เอ๊ะ เราก็เข้าข่ายไหมเนี่ย?"
งั้นผมขอเตือนตัวผมก่อนแล้วกัน
ส่วนใครจะคิดเห็นเหมือนหรือต่างจากผม ผมไม่ทราบ
1. "นิยมสินค้าต่างชาติน่ะไม่ว่าหรอก แต่อย่าลืมสินค้าไทยด้วยก็แล้วกัน"
2. "อุดหนุนสินค้าไทย ดีกว่า สินค้าต่างชาติ"
3. "อย่าคลั่งไคล้ต่างชาติจนลืมชาติตัวเอง"
มิเช่นนั้นบรรพบุรุษไทยจะปกป้องเอกราชบ้านเมืองไปทำไม